คำแถลงประธาน คสช. 20 มิ.ย.57

Release Date : 29-06-2014 00:00:00
คำแถลงประธาน คสช. 20 มิ.ย.57

สวัสดีพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนที่รักทุกท่าน วันนี้มาพบกันอีกครั้งนะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่รัฐ ที่ร่วมกันกับประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทย และนำพาความสุขคืนสู่ประชาชน โดยการแก้ไขปัญหาสำคัญต่างๆ ของชาติ อาทิ ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ ปัญหาการกวาดล้าง จับกุมอาวุธสงคราม กลุ่มผู้มีอิทธิพล การพนัน อาชญากรรม การกระทำผิดกฎหมาย และที่สำคัญที่สุดก็คือการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติซึ่งมีมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ คสช.ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ในการช่วยกันดำเนินการให้เกิดบรรยากาศแห่งความสมานฉันท์ โดยผ่านกิจกรรมคืนความสุขสู่ประชาชนของ คสช.ในรูปแบบต่างๆ ในทุกพื้นที่ เพื่อจะนำพาประเทศไปสู่การปฏิรูประชาธิปไตยที่ยั่งยืนต่อไป สำหรับในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น คสช.ได้เน้นย้ำมาตรการต่างๆ ในการดำเนินงานในทุกเรื่องของรัฐ จะต้องมีการสื่อสารกับประชาชนให้มีประสิทธิภาพและทั่วถึง ต้องสร้างการรับรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชน โดยการรับฟังเสียงของประชาชน ต้องสามารถตอบคำถามทุกๆ คำถามที่เป็นข้อสงสัยเคลือบแคลงใจ และร่วมกันสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันกับประชาชน ประชาชนต้องรับรู้ถึงแนวทางในการดำเนินงาน การพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะยาว อาจจะเป็น 5 ปี 10 ปี ในวันข้างหน้า เพื่อให้เกิดการรับรู้ความเข้าใจ และมีความคาดหวังหวังที่ตรงกัน จะทำให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการดำเนินโครงการพัฒนาต่างๆ ในทุกมิติ

โครงการสำคัญนั้นจะต้องผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน อาทิเช่น การทำประชาพิจารณ์ ทุกโครงการนั้นจะต้องไม่เร่งรีบ หรือกีดกันการรับรู้ของประชาชน โดยดูแลประชาชนทุกคนในชาติทุกกลุ่มทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ในส่วนของการดำเนินการอื่นๆ นั้น ได้แก่ การลดช่องว่างในเรื่องรายได้ของคนในสังคม สร้างค่านิยมในเรื่องของการพึ่งพาตัวเอง ความมีวินัย รู้จักหน้าที่ด้วยการทำงานหนัก และการไม่หวังพึ่งรัฐแต่เพียงอย่างเดียว จะต้องช่วยกันสร้างสังคมที่เอื้ออาทรมีการแบ่งปันการให้โอกาสกับผู้มีรายได้น้อย คนที่มีรายได้มากนั้น จำเป็นต้องดูแลคนมีรายได้น้อย คนไทยนั้นเราไม่เคยทอดทิ้งกันอยู่แล้วนะครับ ทั้งนี้โดยใช้หลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ประกอบไปด้วย 3 ห่วง 2 เงื่อนไข คือความรู้ และคุณธรรมที่ผมเคยได้กล่าวไปแล้วนั้น ในส่วนของความมั่นคงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น หลายฝ่ายมีความกังวลในเรื่องปัญหาแรงงาน ต่างด้าวนอกระบบผิดกฎหมาย มีการเสนอข่าวถึงการไล่จับกุมแรงงานต่างด้าว และมีการใช้อาวุธต่อแรงงานต่างด้าว ส่งผลให้แรงงานเหล่านั้นเกิดความตื่นตระหนก และเดินทางกลับประเทศเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการต่างๆ ปัญหาเรื่องนี้เป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนานเป็นเวลาหลายปีแล้ว และเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย รวมทั้งผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ แรงงานไทย แรงงานต่างด้าว โดยข้อเท็จจริงนั้น ผู้ประกอบการเล็กไม่สามารถจะจ้างแรงงานในประเทศได้ เนื่องจากมีต้นทุนที่สูง จากค่าแรงวันละ 300 บาทต่อคนต่อวัน ประกอบกับแรงงานไทยไม่ค่อยนิยมในการทำงานที่ใช้แรงงานมากนัก ดังนั้นผู้ประกอบการจึงไปจ้างแรงงานต่างด้าว แรงงานนอกระบบ แรงงานผิดกฎหมาย ที่มีอัตราจ้างที่ถูกกว่า จนทำให้เกิดกระบวนการลักลอบนำพาแรงงานที่ผิดกฎหมายเข้ามาค้าแรงงานในประเทศเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาการค้ามนุษย์ แรงงานเด็ก และปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ดังนั้น คสช.ต้องจำเป็นเร่งดำเนินการจัดระเบียบเหล่านั้น เพื่อจะได้ดูแลสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ที่เกิดขึ้นกับแรงงานเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ ตลอดจนมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนมีการใช้แรงงานเยี่ยงทาส หรือแม้กระทั่งใช้แรงงานเด็ก คสช.จะดำเนินการจัดระเบียบแรงงานเร่งด่วน ปัจจุบันคือระยะที่ 1 เราจะมุ่งเน้นกำจัดกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ลักลอบนำพาแรงงานที่ผิดกฎหมาย รีดไถ เรียกเก็บค่าคุ้มครอง เรียกเก็บค่าใช้จ่ายซึ่ง จากข้อมูลด้านการข่าว การนำพาแรงงานเข้าประเทศนั้น อาจจะถึงรายละ 20,000 บาท ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน และเข้าสู่ขบวนการลักลอบนำพาแรงงานเข้ามาพื้นที่ตอนใน เมื่อเข้ามาพื้นที่ตอนในแล้วต้องจ่ายให้กับผู้มีอิทธิพลในประเทศเพิ่มเติมประมาณ หัวละ 8,000-10,000 บาท นอกจากนั้นยังมีค่าใช้จ่ายตามกฎหมายในการขึ้นทะเบียนอีกจำหนวนหนึ่ง แรงงานที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนและทำงานอยู่นั้น ถือว่าเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นแรงงานบนบก แรงงานในทะเล ทำให้แรงงานเหล่านี้ไม่ได้รับการดูแลในเรื่องของสวัสดิการ ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน การค้ามนุษย์ แรงงานทาส แรงงานเด็ก ทำให้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของไทยในเวทีต่างประเทศ ทำให้ไทยอาจถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือในเรื่องสิทธิมนุษยชน แรงงานผิดกฎหมายที่ถูกกดขี่และหนีกลับประเทศ ก็จะมีกระบวนการลักลอบนำแรงงานเหล่านั้นเข้ามาทดแทนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นผลประโยชน์ของกลุ่มอิทธิพล ยิ่งมีการกวดขันมากขึ้นโดยการบังคับใช้กฎหมาย โดยการใช้มาตรการอื่นๆ สนับสนุนเข้าไปจะทำให้การลักลอบนำพาเข้ามามากขึ้น และจะมีการเรียกร้องผลประโยชน์ตอบแทนมากขึ้น ปัญหาการลักลอบนำแรงงานเข้ามาโดยไม่มีการขึ้นทะเบียนจำนวนมาก ทำให้รัฐไม่สามารถบริหารจัดการควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ขึ้น อาทิ อาชญากรรม โรคระบาด การค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็กที่กล่าวไปข้างต้น ปัญหาเหล่านี้สะสมมาเป็นเวลานานในหลายสมัย หลายยุค หลายรัฐบาล ซึ่งมีความพยายามแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง

 

แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้นโดยชัดเจน ยังคงเป็นปัญหาที่ต่างชาติ องค์กรระหว่างประเทศจับตามองอยู่ ล่าสุด จากการประเมินสถานการณ์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อาจพิจารณาสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทย อาจถูกปรับลดจาก Tier 2 Watch List เป็น Tier 3 ซึ่งจะส่งผลกระทบในสิทธิในการค้าการลงทุนต่างๆ ของประเทศ ดังนั้น คสช.มีความจำเป็นต้องเร่งรีบในการกำจัดกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ และมีการจัดระเบียบแรงงานโดยเร็วที่สุด รวมทั้งจัดระเบียบการทำงานของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ที่ประกอบไปด้วย ฝ่ายความมั่นคง กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ เจ้าของธุรกิจประกอบการต่างๆ ที่จะกำหนดมาตรการที่ดีที่สุดเพื่อจะนำพาความน่าเชื่อถือในเรื่องของการดูแลสิทธิมนุษยชนของคนไทย ของแรงงานไทย ให้เป็นที่ยอมรับในสากล การบริหารจัดการระยะที่ 1 ของ คสช.นั้น เป็นการผ่อนผันให้แรงงานทั้งในและนอกระบบได้ทำงานไปพลางก่อน เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้กลุ่มผู้มีอิทธิพล และนายทุน แสวงประโยชน์ต่างๆ จากผู้ใช้แรงงาน โดย คสช.ตระหนักดีว่า แรงงานเหล่านี้มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และเข้าใจถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการต่างๆ จึงได้ผ่อนผันให้มีการใช้แรงงานเหล่านั้น สามารถดำเนินการต่อไปได้เป็นการชั่วคราว แต่ทั้งนี้ต้องขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการควบคุม กำกับดูแล พร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ เพื่อที่จะนำพาแรงงานเหล่านั้นเข้าสู่ระบบตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ จะต้องไม่ดำเนินการใดๆ ให้เกิดข้อบกพร่องเหมือนกับที่ผ่านมาในอดีต ซึ่งจะทำให้เปิดโอกาสให้กับกลุ่มผู้มีอิทธิพล นายทุน เอารัดเอาเปรียบ บังคับขู่เข็ญ ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนกับแรงงานผิดกฎหมายเหล่านั้น ระยะที่ 2 ซึ่งเราอยู่ในขั้นดำเนินการขณะนี้ คณะกรรมการ คตร. ซึ่งมีท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน จะดำเนินการจัดระเบียบ ควบคุมแรงงานทั้งระบบให้ถูกต้อง ทั้งแรงงานประเภทเช้าไป-เย็นกลับ ตามแนวชายแดน แรงงานตามฤดูกาล ในภาคการเกษตร เช่น ตัดอ้อย ขุดมัน เก็บเกี่ยว เพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร และแรงงานประจำปี ซึ่งมีการขึ้นทะเบียนแรงงานอยู่ในปัจจุบันนั้น จะต้องจัดเตรียมพื้นที่ หรือโซนนิ่ง เพื่อให้แรงงานได้มีพื้นที่พักอาศัยที่เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อย สวยงาม มีการกำกับดูแลไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน

 

มีการจัดตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติร่วมกับมิตรประเทศ หรือประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหาที่มาของกลุ่มบุคคลลักลอบเข้ามาที่มีสัญชาติไม่ชัดเจน อาทิ ชาวโรฮิงญา และจัดตั้งศูนย์รับส่งคนงานที่ถูกกฎหมาย ในการจะนำเข้าและส่งกลับประเทศต้นทาง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีความปลอดภัย รวมทั้งจะมีการพิจารณาทบทวนกำหนดค่าใช้จ่ายในการเข้ามาทำงานของแรงงานในสถานประกอบการต่างๆ ให้มีความเหมาะสม ไม่มีการถูกเอารัดเอาเปรียบแรงงานทั้งหมดที่เข้ามา สำหรับการกำหนดมาตรการทางกฎหมายนั้น จะมีการปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากเมื่อเรามีการนำแรงงานทั้งหมดเข้าระบบแล้ว จะทำให้เราสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเคร่งครัดป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ อาชญากรรม ยาเสพติด โรคระบาด และป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างสมบูรณ์ สำหรับเหตุการณ์ความโกลาหลที่เกิดขึ้น ในเรื่องของการไล่จับกุมแรงงานที่เป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมานั้น ทำให้มีแรงงานเดินทางกลับประเทศเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลทางด้านการข่าวระบุว่า เป็นการปฏิบัติการของกลุ่มผู้มีอิทธิพล และเจ้าหน้าที่ที่อยู่ร่วมในขบวนการทุจริตได้ปล่อยข่าว ทำให้แรงงานเกิดความหวาดกลัว วัตถุประสงค์ก็เพื่อเป็นการให้ร้าย คสช. และมุ่งหวังให้แรงงานจำนวนมากเหล่านั้น ได้เดินทางกลับไปยังประเทศของตน และเปิดหนทางให้มีการนำแรงงานเหล่านั้นกลับเข้ามาใหม่

 

มีการเตรียมการเรียกเก็บผลประโยชน์จากแรงงานเหล่านั้นอีกครั้ง ซึ่ง คสช.จะเร่งดำเนินการปราบปรามขบวนการดังกล่าวโดยเร็วที่ คสช.ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับนานาประเทศ เพื่อปกป้องสิทธิของไทยในเวทีระหว่างประเทศ และไม่ให้กระทบบรรยากาศการค้าการลงทุนของนักลงทุน และนักธุรกิจชาวต่างชาติ สำหรับการดำเนินการในเรื่องนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงโดยกระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับกระทรวงและภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน สมาคมผู้ประกอบการค้าขายทั้งไทยและต่างชาติ ได้ชี้แจง ทำความเข้าใจ และให้ความร่วมมือเอื้อประโยชน์กับทั้งไทย และต่างชาติ อย่างเท่าเทียม เช่นการเตรียมการเจรจาข้อตกลงทางการค้าที่ยังคงค้างคาอยู่ ในขั้นตอนดำเนินการในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา คสช.ได้ร่วมพบปะกับกลุ่มผู้ประกอบการทั้งสหรัฐฯ และยุโรป ในประเทศไทย เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น และเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการค้า การลงทุนต่างๆในไทย และมีแนวโน้มทุกประเทศที่ความเข้าใจต่อสถานการณ์ในไทยและการทำงานของ คสช.มากขึ้น ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ คสช.ให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างที่สุด ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างของส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้มีการบูรณาการ ในเรื่องของแผนงานดำเนินการ งบประมาณ และในส่วนของการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความมีเอกภาพ และประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการแก้ปัญหาของภาคใต้นั้นมิใช่มุ่งเน้นแต่การใช้กำลังอย่างเดียว แต่ต้องใช้การปฏิบัติการทางทหารควบคู่ไปกับการพัฒนาในทุกมิติร่วมกับส่วนราชการอื่นๆ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น และเป็นไปตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจว่า ถึงแม้ว่า คสช.จะมีภารกิจเร่งด่วนหลายประการด้วยกัน แต่ คสช.ยังคงเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้เพื่อนำพาความสงบสุขมาสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว งานทางด้านเศรษฐกิจ งานสำคัญของ คสช.ในการบริหารราชการแผ่นดินและขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้น มุ่งหวังเพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่เรื่องการมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายภาครัฐ ประจำปี งบประมาณ 2558 ได้มีการจัดตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ที่ 2,575,000 ล้านบาท และรายรับไว้ที่ 2,325,000 ล้านบาท เป็นการวางแผนงบประมาณในลักษณะการขาดดุลที่ 250,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขาดดุลเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีงบประมาณ 2557 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จะยึดถือระเบียบวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด แนวนโยบาดังกล่าวนั้นจะมุ่งเน้นประโยชน์ไปที่ประชาชนทุกภาคส่วน ทุกพื้นที่ อย่างทั่วถึง การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ ลดความซ้ำซ้อน โดยมีการบูรณาการงานทุกกระทรวงในขั้นการจัดทำงบประมาณ โดยให้มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงในเรื่องที่เกี่ยวข้องในเรื่องเดียวกัน อาทิ การบริหารจัดการน้ำ ซึ่งที่ผ่านมาอาจจะในลักษณะที่ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างดำเนินการ ขาดความต่อเนื่อง การเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ ไม่เป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาในเรื่องของภัยแล้งในอุทกภัยได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ การวางแผนงบประมาณขาดดุลนั้น

 

เนื่องจากมีความจำเป็นต้องให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นอยู่ในปัจจุบัน และมีความจำเป็นเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนที่มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นการขาดดุลเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่กระเตื้องขึ้นในปัจจุบันนั้น อาจจะส่งผลให้กลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอื่นๆ เช่น การส่งออก การลงทุน การบริโภค อาจจะมีแนวโน้มที่ลดลง ดังนั้นการวางแผนงานในเรื่องของการเพิ่มการใช้จ่ายงบประมาณในส่วนของภาครัฐ จะเป็นมาตรการที่สำคัญ เพื่อจะให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกระดับ การบริโภค การจ้างงาน เพื่อจะนำเม็ดเงินลงสู่ประชาชน คสช.จะติดตามผลของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งอาจมีการพิจารณางบประมาณภาครัฐเพิ่มเติมในระหว่างปีให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับประชาชน อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันภาพรวมของเศรฐกิจไทยตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม เป็นต้นมา มีแนวโน้มดีขึ้น โดยตัวเลขจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 85.1 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนที่ผ่าน การท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว ปัจจุบันมีนักท่องเริ่มเดินทางเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นมาก แผนการลงทุนที่ คสช.เร่งรัดให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนที่จะเร่งดำเนินการเริ่มต้นในปีงบประมาณ 2557 นี้ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย การสร้างรถไฟรางคู่ ซึ่งขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ได้จัดทำรายละเอียดเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว พร้อมที่จะเข้าพิจารณาจาก คสช. วันนี้ คสช.ได้ให้นโยบายการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพครบถ้วนสมบูรณ์ อาทิ การเชื่อมต่อของระบบขนส่งมวลชนต่างๆ จะต้องต่อเนื่องเชื่อมโยง สถานีรถไฟฟ้าโดยรอบปริมณฑลจะต้องคำนึงถึงรายละเอียดที่จำเป็น อาทิ มีพื้นที่จอดรถและต้องได้สัดส่วนสัมพันธ์กับผู้โดยสาร

ปัจจุบันทุกโครงการอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบความโปร่งใส ความมีประสิทธิภาพจาก คสช.ที่ประกอบไปด้วยสำนักงบประมาณ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ป.ป.ช. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง คสช.อาจต้องพิจารณานำกระบวนการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันที่ได้รับการยอมรับจากสากลมาใช้ตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย โดยจะเป็นการเน้นการตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำความต้องการหรือที่มา การจัดซื้อจัดจ้าง การดำเนินการ และการตรวจรับ รวมทั้งการเผยแพร่ข่าวสารให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบตลอดทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน ซึ่งในอนาคตจะมีการปฏิรูปเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทั้งเรื่องระเบียบ กฎหมาย กระบวนการต่างๆ เพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันอย่างสมบูรณ์ต่อไป ในเรื่องการปรับปรุงกลไกของระบบกระบวนการยุติธรรม การบริหารราชการของส่วนราชการ องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ เพื่อความมีประสิทธิภาพ ความโปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้นั้น ในระยะเร่งด่วนนี้ คสช.จะแก้ไขปัญหาในส่วนที่เป็นปัญหาสำคัญส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาหลายแรงต่อรัฐ และการแก้ไขไม่มีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ในระยะที่ 2 จะดำเนินการแก้ไขในเรื่องที่ทุกภาคส่วนให้ความสนใจ มีความสำคัญ และมีผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง โดยทั้งนี้จะให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการผ่านสภาปฏิรูป ซึ่งจะถูกดำเนินการอย่างต่อเนื่องไปจนถึงการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และหลังจากนั้นอีกต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้ไทยมีระบบการบริหารราชการแผ่นดินที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม ดูแลผลประโยชน์ของประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ในเรื่องของการปรับปรุงการบริหารงานรัฐวิสาหกิจนั้น กระทำเพื่อเพิ่มเติมประสิทธิภาพ และสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในรัฐวิสาหกิจ ให้เป็นมาตรฐานสากล หลายๆ รัฐวิสาหกิจมีผลการดำเนินงานที่ดีอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นปัญหาแต่ประการใด มีเพียงบางรัฐวิสาหกิจที่อาจจะประสบปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการ และประสิทธิภาพ ตลอดจนความโปร่งใสที่จะต้องปรับปรุง เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ได้รับการยอมรับจากประชาชนทุกพวกทุกฝ่าย อาทิ ด้านพลังงาน ด้านการสื่อสารที่รัฐจำเป็นต้องคงสัดส่วนที่เหมาะสมระหว่างการบริหารงานของภาครัฐ และเอกชน เพื่อให้เกิดประโยชน์และเป็นธรรมกับผู้บริโภคอย่างแท้จริง ป้องกันการผูกขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ คสช.ต้องขอบคุณคณะผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่มีความเข้าใจ และเปิดทางให้มีการปรับปรุงแก้ไข เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติในระยะยาว การดำเนินการในระยะสั้นนี้ จะเป็นการเฟ้นหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์อยู่ในธุรกิจมานาน รวมทั้งบุคลากรที่มีความรู้เกี่ยวข้องทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการ การตลาด การเงิน และความมั่นคงเข้ามาเป็นกรรมการของรัฐวิสาหกิจเพิ่มเติม ระยะต่อไปนั้นจะเร่งให้มีการพิจารณาแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นปัญหาเป็นอุปสรรค อันจะก่อให้เกิดการรั่วไหลของงบประมาณ สร้างความเสียหายต่อรัฐ อาทิ จะมีการพิจารณาปรับค่าตอบแทนคณะกรรมการที่มีความเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป

การบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ตลอดเวลา มีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันนั้นได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของ คสช.ได้ไปเร่งพิจารณาถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมต่อไป การบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนได้เร่งรัดอนุมัติให้มีการจ่ายเงินให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนที่ตกค้างมาเป็นเวลาหลายปีแล้วตั้งแต่งบประมาณปี 2555 จนถึงปัจจุบัน ทั้งในเรื่องภัยพิบัติและธรรมชาติ พืชผลทางการเกษตร อาทิ ยางพารา ทั้งนี้การจ่ายเงินดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบ และกฎหมาย อย่างเคร่งครัด และเป็นสิทธิของประชาชนที่พึงมีพึงได้ ซึ่ง คสช.ได้ให้มีการตรวจสอบความถูกต้องในเรื่องบัญชี การจ่ายเงิน อาทิ กรณีชาวสวนยางนั้นจะต้องเป็นเกษตรกรตัวจริง ไม่มีการบุกรุกใช้ผืนป่ามาทำไร่ โดยทางกระทรวงการเกษตรได้จัดให้มีการขึ้นบัญชีเกษตรกรชาวสวนยางไว้แล้ว คสช.ก็เร่งรัดให้มีการปรับปรุงให้ทันสมัยให้ถูกต้องและรัดกุมต่อไป รวมเงินงบประมาณที่จะช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกยางพาราประมาณ 1 แสนกว่าราย เป็นงบประมาณกว่า 6,600 ล้านบาท จาก 63 จังหวัด และจะช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติที่ตกค้างตั้งแต่ปี 2555 ประมาณ 580,000 ราย ใช้งบประมาณ ประมาณ 5,400 ล้านบาท ตลอดจนการจ่ายเงินเยียวยากับชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว เป็นเงิน 85,685 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 93 คาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 22 มิถุนายน 2557 การเตรียมการแก้ปัญหาลำไย คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจาก 8 จังหวัดภาคเหนือในช่วงสิงหาคมถึงกันยายนนั้น ประมาณ 5 แสนตัน จะได้จัดเตรียมมาตรการในการรองรับกลไกตลาดปกติผ่านระบบสหกรณ์ รัฐวิสาหกิจชุมชน รับซื้อผลผลิตและโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนผลไม้ภาคตะวันออก เงาะ ลองกอง คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จึงได้เตรียมมาตรการรองรับไว้ 4 มาตรการ ได้แก่ การกระจายผลผลิต ออกนอกแหล่งผลิต ส่งเสริมการแปรรูป เน้นการบริหารจัดการคุณภาพ และประชาสัมพันธ์ โดยการส่งเสริมการบริโภค คสช.ขอทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรถึงแนวทางการช่วยเหลือในระยะต่อไป

คสช.จะพิจารณาแนวทางที่มีความยั่งยืน มีประสิทธิภาพ โดยไม่บิดเบือนกลไกตลาด อาทิ การช่วยเหลือในเรื่องลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมเทคโนโลยี ส่งเสริมการตลาด ในส่วนของการบริหารจัดการนั้นจะให้เงินอุดหนุนเฉพาะเรื่องจะมีการพิจารณาอีกครั้งให้มีความเหมาะสม ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้จะเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ทั้งนี้ เนื่องจากการอุดหนุนสินค้าการเกษตรต่างๆที่ทำให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาดนั้น อาจจะนำมาซึ่งความเสียหายระยะยาว ตัวอย่างเช่น การที่รัฐอุดหนุนสินค้าการเกษตรชนิดใดชนิดหนึ่งนั้นจะทำให้เกษตรกรหันมาเพาะปลูกเป็นจำนวนมาก และทำให้ผลิตผลล้นตลาด สินค้าราคาตก ขณะที่นายทุนก็ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าที่เป็นปัจจัยในการเพาะปลูก เกิดการทุจริต สินค้าต่างชาติเข้ามาสวมสิทธิ์ คุณภาพราคาสินค้าตกต่ำ ไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ทั้งในด้านราคาและคุณภาพ สร้างความเสียหาย รัฐต้องเสียรายได้จำนวนมาก ในขณะที่เกษตรกรต้องประสบปัญหาการจำหน่ายสินค้าที่ล้นตลาดอีกต่อไป ในส่วนของรายละเอียดช่วยเหลือชาวนานั้น อยากจะเรียนให้ชาวนาทั้งประเทศได้มีความเข้าใจอย่างถูกต้อง เป็นประเด็นสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ อาจจะกระทบกับเกษตรกรชาวนาทั้งประเทศเป็นส่วนมาก แนวทางวันนี้นั้นเราได้เตรียมการช่วยเหลือเป็นลักษณะระยะสั้น คือ ปี 2557 ต่อ 2558 ในการช่วยเหลือเกษตรกรปลูกข้าวนาปี ซึ่งจะมี 2 มาตรการด้วยกัน มาตรการหลักก็คงจะเป็นในเรื่องของการลดราคาปัจจัยการผลิต โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมพ่อค้าปุ๋ย ผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ ผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าว กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตร ในการควบคุมรายการสินค้าที่จำเป็นที่เป็นปัจจัยในการผลิต เช่น ปุ๋ยเคมี สารเคมี ยาป้องกันกำจัดศัตรูพืช เมล็ดพันธุ์ข้าว และบริการรถเกี่ยวข้าว ค่าเช่านา โดยจะมีการปรับลดราคาปุ๋ยเคมีลง ลดราคาสารเคมีป้องกันศัตรูพืชลง เมล็ดพันธุ์ ค่าบริการรถเกี่ยวข้าวลง ค่าเช่าที่นาลดลง ซึ่งจะมียอดเฉลี่ยต่อไร่เพื่อทำให้ลดต้นทุนการผลิตต่อไร่เพื่อทำให้ลดต้นทุนการผลิตต่อไร่ให้น้อยลงตามลำดับ สำหรับมาตรการสนับสนุนนั้น จะเป็นการสนับสนุนแหล่งเงินทุนในการให้สินเชื่อระยะสั้นให้กับชาวนา ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี วงเงิน 5 หมื่นบาทต่อคน คิดอัตราดอกเบี้ย MRR

โดย คสช.จะช่วยเหลือชาวนาด้วยการชดเชยค่าดอกเบี้ยร้อยละ 3 เป็นระยะเวลา 6 เดือน โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าว และสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสถาบันเกษตรกรให้สินเชื่อกับสหกรณ์ภาคการเกษตร และกลุ่มเกษตรกรในการนำเข้าข้าวเปลือก เพื่อมาจำหน่าย และนำมาแปรรูป และการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ใช้เทคโนโลยีการปลูกข้าวที่เหมาะสม ทั้งลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต มีธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าว และโซนนิ่งในการจัดหาแหล่งน้ำสนับสนุน ส่งเสริมการตลาด เร่งหาตลาดใหม่ ช่วยเหลือการเก็บสต๊อกเชื่อมโยงตลาดใน และต่างประเทศ จัดการยุ้งฉาง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากการขายข้าว ตั้งกองทุนข้าว ตั้งสถาบันพัฒนาศักยภาพทั้งระบบ การดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน บีโอไอนั้นที่มีอยู่ในปัจจุบัน ได้มีมาตรการส่งเสริมการลงทุนด้วยการสร้างแรงจูงใจต่างๆ อาทิ การลดภาษีนำเข้าเครื่องจักร ภาษีรายได้นิติบุคคล และมาตรการอำนวยความสะดวกต่างๆ โดย คสช.ได้เร่งรัดให้มีการจัดการประชุมของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และอนุกรรมการ เพื่อเร่งดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศ และระบบเศรษฐกิจของไทย ในวันพุธที่ผ่านมา ได้มีการประชุมพิจารณาอนุมัติโครงการที่ผ่านการกลั่นกรอง และตรวจสอบแล้วจากคณะกรรมการบีโอไอทั้งหมดจำนวน 18 โครงการ ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และระเบียบวิธีการส่งเสริมการลงทุนเดิมในปี 2556 มาพิจารณา และเพิ่มเติมเงื่อนไขให้เป็นไปตามนโยบายของ คสช. ในเรื่องของการมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง เป็นสินค้าที่มีมูลค่า การสร้างขายทอดเทคโนโลยีในการผลิต การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์พลังงาน โดยให้มีการลงทุนของนักลงทุนชาวไทย และชาวต่างชาติในสัดส่วนที่เหมาะสม ปัจจุบันก็มีสัดส่วนของบริษัทไทยนั้น มากกว่า 50% โดยในครั้งนี้คณะกรรมการได้อนุมัติการลงทุน ทั้งในส่วนที่เป็นกิจการเริ่มต้นใหม่ และการขยายกิจการเดิม รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 1.2 แสนล้านบาท การลงทุนดังกล่าวนั้น จะเป็นการสร้างการจ้างงาน การใช้วัตถุดิบ และผลิตผลในประเทศ เป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนต่อไปทั้งโดยตรง และโดยอ้อม ทั้งนี้ คสช.ได้สั่งการให้สถาบันส่งเสริมการลงทุนไปพิจารณาปรับปรุงระเบียบ และเงื่อนไขในการอนุมัติโครงการตามนโยบายของ คสช.เพิ่มเติมขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจ และการลงทุนในปัจจุบัน

เพื่อเตรียมการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประชาคมโลกต่อไป ในเรื่องนี้ขอเรียนว่า เป็นเรื่องที่มีความสำคัญขอให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจก่อนว่า การลงทุนในโครงการที่มีกำไรนั้น เราไม่ได้เอาเม็ดเงินของประเทศเราไปให้เขา เป็นการลงทุนจากต่างประเทศทุกโครงการส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นการดำเนินการของบริษัทไทยในประเทศนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราสร้างแรงใจให้กับเขาก็คือการ ลดภาษีการนำเข้าเครื่องจักร ลดในเรื่องของภาษี นิติบุคคล แต่การลงทุนเป็นเรื่องของเขาทั้งสิ้น ทั้งบริษัทไทยและบริษัทต่างประเทศ ไม่ได้ใช้เม็ดเงินของรัฐไปช่วยเลย ก็กราบเรียนให้ทราบโดยทั่วกัน ในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม คสช.มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือประชาชน ที่มีรายได้น้อยเป็นอันดับแรก ซึ่งมีความเดือดร้อนในเรื่องปากท้อง จะเร่งขจัดการเอารัดเอาเปรียบของผู้มีรายได้น้อยเหล่านี้ อาทิ การประกอบการรับจ้างมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ ลูกจ้างรายวัน รายสัปดาห์ ปัจจุบันนั้นเราเห็นใจนะครับ ท่านถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพล โดยอาศัยช่องว่างการกระทำผิดกฎหมาย หรือการให้บริการนอกระบบ เรียกเก็บค่าคุ้มครองต่างๆ สร้างความเดือดร้อนกับผู้หาเช้ากินค่ำ วันนี้เราอยากจะให้มีการร่วมมือกันในการจัดระเบียบ ในช่วงแรกๆ อาจมีปัญหาบ้าง ไม่สะดวกบ้าง ทั้งผู้ให้การบริการและผู้รับบริการ เพราะฉะนั้นเราต้องการแก้ไขให้เกิดความเป็นธรรม เกิดความถูกต้องในการประกอบอาชีพ ไม่ต้องการให้มีอิทธิพล กลุ่มมาเฟียต่างๆ ไม่ว่าจะสีไหน ไม่ต้องการให้เข้าไปข่มขู่ ฉกฉวยประโยชน์ เพราะว่าในกลุ่มบุคคลเหล่านี้ที่ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือมีรายได้น้อยเหล่านั้น บางส่วนก็เป็นข้าราชการ เป็นกำลังพลในกองทัพ และเป็นผู้ที่มีรายได้น้อย ซึ่งเขาถูกรังแก ถูกเอารัดเอาเปรียบมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว ยกตัวอย่างเช่น การขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เสื้อแต่ละตัว ตัวราคาเป็นแสนๆ ถึงสี่แสนบาท เท่าที่ผมติดตามในปัจจุบัน ซึ่งมันมากเกินไป

ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ที่ทุกฝ่ายอดทนฟังผมมาหลายครั้งแล้ว ผมก็พยายามจะทำความเข้าใจ สื่อสารกับท่าน ที่ผ่านมาบางทีพูดกับฟัง มันไม่ต่อเนื่องกัน พูดก็อยากจะพูดในสิ่งที่ตัวเองอยากจะพูดไอ้ฟังก็อยากจะฟังในสิ่งที่ตัวเองอยากจะฟัง ฉะนั้นเราสื่อสารกัน ผมรับจากท่านผมก็ตอบท่านไปทางสื่อ ทางการพบปะกันทุกวันศุกร์ ก็หวังว่าคงจะได้รับความเข้าใจและได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมากขึ้นไปเรื่อยๆ
       
       ขอขอบคุณอีกครั้งนะครับ ขอให้มีความสุขทุกๆคน สวัสดีครับ